อุกกาบาตก้อนโตที่สุดพบบนโลก

ที่มา: thairath.co.th เมื่อ 2013-04-30 09:01:22

อุกกาบาตก้อนโตที่สุดพบบนโลก

             ในปีนี้มีรายงานการพบอุกกาบาตหลายครั้ง โดยเฉพาะเหตุอุกกาบาตตกที่ประเทศรัสเซียเมื่อเดือน ก.พ. และข่าวแสงประหลาดในสหรัฐฯ ซึ่งนาซาออกมายืนยันภายหลังว่าเป็นอุกกาบาต จึงขอย้อนอดีตให้ผู้อ่านได้รู้จักอุกกาบาตที่เคยตกบนโลกเมื่อนานมาแล้ว และยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน...
อุกกาบาตเปรียบเหมือนคนพเนจรที่ลอยอยู่ในระบบสุริยะจักรวาล ในอดีตมีอุกกาบาตจำนวนมากทั้งแบบเต็มก้อน และแบบห่าฝน ที่เคยผ่านเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก กลายเป็นลูกไฟในสายตาของผู้พบเห็น หลายชีวิตต้องสังเวยจากการตกกระทบของมัน เศษอุกกาบาตที่เหลือจากการตกกระแทก กลายเป็นสะเก็ดดาว และอยู่ยงคงกระพันมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ที่ใหญ่และหนักที่สุดมีเพียง 7 ก้อน ดังที่จะนำเสนอต่อไปนี้

ลำดับ 7 'วิลลาเมต' น้ำหนักโดยประมาณ 15.5 ตัน

ด้วยขนาด 7.8 ตารางเมตร และน้ำหนักถึง 15.5 ตัน ส่งให้ วิลลาเมต เป็นสะเก็ดดาวที่ใหญ่ที่สุดที่พบในสหรัฐฯ องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นแร่เหล็กถึง 91 เปอร์เซ็นต์ และนิกเกิลอีก 7.62 เปอร์เซ็นต์ ตกในรัฐโอเรกอน แต่ร่องรอยการกระแทกไม่หลงเหลือแล้ว
หากไม่นับรวมชนอเมริกันพื้นเมืองในอดีตแล้ว วิลลาเมต ถูกค้นพบโดยเอลลิส ฮิวจ์ ในปี 1902 เขาใช้เวลากว่า 3 เดือนในการขนย้ายสะเก็ดดาวก้อนนี้ไปไกล 3 ส่วน 4 ไมล์ จากจุดตก ซึ่งเป็นที่ดินของบริษัท โอเรกอน ไอออน แอนด์ สตีล และพยายามอ้างความเป็นเจ้าของหินดังกล่าว แต่สุดท้ายก็ถูกจับ และสะเก็ดดาวถูกขายไปในราคา 26,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 7.6 แสนบาท) และภายหลังถูกนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกัน
 

 

ลำดับ 6 'เอ็มโบซี' น้ำหนักโดยประมาณ 16 ตัน


สะเก็ดดาว เอ็มโบซี ถูกค้นพบอย่างเป็นทางการในปี 1930 ในประเทศแทนซาเนีย น้ำหนักประมาณ 16 ตัน และเช่นเดียวกับอุกกาบาตจำนวนมากที่เคยพบ คือแทบไม่หลงเหลือร่องรอยการตกกระทบพื้นผิวโลกเลย ซึ่งเป็นไปได้ว่า มันกลิ้งหลังจากตกสู่พื้นโลก หรือตั้งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานานหลายพันปีแล้ว
เมื่อเอ็มโบซีถูกพบครั้งแรกในปี 1930 ครึ่งหนึ่งของมันถูกฝังอยู่ใต้ดิน ปัจจุบันมันถูกขุดขึ้นมาและมีการก่อสร้างฐานวางไว้ด้านล่าง ขณะที่หลุมที่เกิดจากการขุดมันขึ้นมา กล่าวกันว่าถูกคงสภาพไว้ตามเดิม
 

 

ลำดับ 5 'อักปาลิลิค' น้ำหนักโดยประมาณ 20 ตัน


หนึ่งในชิ้นส่วนของอุกกาบาต 'เคป ยอร์ก' ถูกค้นพบโดย วาน เอฟ. บุชวาลด์ ที่คาบสมุทรอักปาลิลิก ในทวีปกรีนแลนด์ รู้จักกันในชื่อ 'เดอะ แมน' ตกสู่พื้นโลกเมื่อราว 10,000 ปีก่อน และเป็นหนึ่งในสะเก็ดดาวเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา ในเมืองโคเปนเฮเกน
ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา เดอะ แมน ถูกใช้เป็นแหล่งแร่โลหะ เพื่อสร้างเครื่องใช้และอาวุธ ก่อนที่ข่าวการคงอยู่ของมันจะไปถึงหูของนักวิทยาศาสตร์ในปี 1818 อย่างไรก็ตาม คณะเดินทาง 5 ชุด ที่ถูกส่งไปออกตามหาหินก้อนนี้ในช่วงปี 1818-1883 ประสบความล้มเหลวทั้งหมด
 

 

ลำดับ 4 'บาคุบิริโต' น้ำหนักโดยประมาณ 22 ตัน


วัตถุจากนอกโลกความยาว 4 เมตรนี้ เป็นสะเก็ดดาวเต็มก้อนที่สมบูรณ์ที่สุดที่เคยค้นพบในเม็กซิโกอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง มันถูกค้นพบเมื่อปี 1892 โดย กิลเบิร์ต เอลลิส ไบเลย์ นักธรณีวิทยาชาวอเมริกัน ซึ่งถูกส่งมาจากสำนักวารสารในเมืองชิคาโก ต่อมาทีมสำรวจได้ขุดค้นโดยได้รับความช่วยเหลือจากชนพื้นเมือง และตั้งชื่อตามชุมชนที่มันถูกค้นพบ ปัจจุบัน สะเก็ดดาว บาคุบิริโต ถูกแสดงอยู่ในเมืองคัลญาคานของเม็กซิโก
 

 

ลำดับ 3 'อาห์นิกิโต' น้ำหนักโดยประมาณ 31 ตัน


เป็นเศษชิ้นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของอุกกาบาต 'เคป ยอร์ก' รู้จักกันในชื่อ เดอะ เต้นท์ ด้วยน้ำหนักกว่า 31 ตันของมัน ทำให้มันเป็นสะเก็ดดาวก้อนใหญ่ที่สุดที่เคยถูกเคลื่อนย้ายโดยกำลังของมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์พยายามตามหามันมาตั้งแต่ปี 1818 จนกระทั่ง โรเบิร์ต อี เพียรี นักสำรวจมหาสมุทรอาร์กติก ชาวอเมริกัน สามารถระบุที่ตั้งที่ชัดเจนของมันได้ในปี 1894 โดยได้รับการช่วยเหลือจากชนพื้นเมืองนิรนาม
ทีมของเพียรีใช้ความพยายามถึง 3 ปี กว่าจะสามารถขนก้อนโลหะหนักอึ้งขนาด 12.1 ตารางเมตรนี้ลงเรือได้ ซึ่งเขานำมันไปขายให้กับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกัน ได้ราคาสูงถึง 40,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะนั้น หรือประมาณ 800,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปัจจุบัน (ราว 23 ล้านบาท) และถูกจัดแสดงมาจนถึงทุกวันนี้
 

 

ลำดับ 2 'เอล คาโก' น้ำหนักโดยประมาณ 37 ตัน


ชิ้นส่วนที่ใหญ่ที่สุดจากกลุ่มสะเก็ดดาว 'คัมโป เดล เชโล' ซึ่งตกกระแทกกับพื้นโลกสร้างหลุมยุบขนาด 60 ตารางกิโลเมตร ในประเทศอาร์เจนตินา เอล คาโก เป็นวัตถุจากนอกโลกที่หนักที่สุดเป็นลำดับที่ 2 เท่าที่เคยพบบนพื้นโลก อย่างไรก็ดี หากรวมชิ้นส่วนของกลุ่มสะเก็ดดาว คัมโป เดล เชโล เข้าด้วยกัน มันจะมีน้ำหนักถึง 100 ตันทีเดียว
เอล คาโก ถูกค้นพบในปี 1969 ในหลุมลึก 5 เมตร ด้วยการใช้เครื่องตรวจจับโลหะ และจากการตรวจสอบจุดตกพบว่ามีอายุประมาณ 4,000-5,000 ปี เมื่อปี 1990 เกิดคดีใหญ่โต หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอาร์เจนตินา สามารถยับยั้งแผนขโมยสะเก็ดดาวเอล คาโก ของนักล่าอุกกาบาต โรเบิร์ต ฮัก ได้สำเร็จ โดยที่หินดังกล่าวถูกเคลื่อนย้ายออกนอกประเทศไปแล้ว
 

 

ลำดับ 1 'โฮบา' น้ำหนักโดยประมาณ 60 ตัน


เจ้าของตำแหน่งสะเก็ดดาวที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบบนโลกใบนี้ ตกเป็นของสะเก็ดดาว โฮบา ด้วยน้ำหนักที่มากกว่าลำดับสองเกือบเท่าตัว มีขนาด 6.5 ตารางเมตร ตั้งอยู่ที่เมืองกรูตฟอนไตน์ แคว้นโอตโจซอนด์จูปา ประเทศนามิเบีย คาดกันว่ามันถูกชะลอโดยชั้นบรรยากาศโลกก่อนที่จะตกสู่พื้น ด้วยความเร็วที่ทำให้มันไม่บุบสลายและจมลงเนื้อดินเกือบมิด นอกจากนี้มันยังมีรูปทรงราบแปลกตา ซึ่งมีคำอธิบายว่า มันอาจตกกระดอนไปกับพื้น ในลักษณะการโยนหินกระดอนบนผิวน้ำ
จากการตรวจสอบพบว่า สะเก็ดดาว โฮบา ตกสู่พื้นโลกประมาณ 80,000 ปีก่อน มันมีส่วนประกอบของแร่เหล็ก 84 เปอร์เซ็นต์ นิกเกิลอีก 16 เปอร์เซ็นต์ และเนื่องจากมวลมหาศาลของมัน ทำให้มันไม่เคยถูกเคลื่อนย้ายไปจากจุดที่มันตั้งอยู่เลยตั้งแต่มีการค้นพบเมื่อปี 1920 โดยชาวนาคนหนึ่ง ปัจจุบันทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปชมหินอุกกาบาตก้อนนี้





ร่วมแสดงความเห็น: อุกกาบาตก้อนโตที่สุดพบบนโลก

ชื่อ :
email :
ประโยชน์ที่ได้ ขอบคุณสำหรับการโหวต
 
ไก่มีกี่ขา :