มารู้จักสารฆ่าแมลง...มีอะไร

ที่มา: อาจารย์โชติมา วิไลวัลย์ เมื่อ 2011-08-31 17:21:27

มารู้จักสารฆ่าแมลง...มีอะไร

รูปแบบของยาฆ่าแมลงมีหลายรูปแบบ  ที่พบในประเทศไทยที่นิยมมี

  1. Aerosol  เป็นการบรรจุของเหลวใส่ลงในกระป๋องอัดความดัน  ซึ่งจะมีปริมาณสารออกฤทธิ์ (สารเคมีที่กล่าวข้างต้น)เพียงเล็กน้อยเท่านั้น  และจะถูกปล่อยออกมาในรูปของสเปรย์หรือหมอกควัน  รูปแบบนี้สะดวกในการใช้เพราะสามารถใช้ได้ทันทีและต่อการเก็บ  แต่ควรระมัดระวังถ้ากระป๋องมีรอยรั่วหรือถูกเผาจะระเบิดเป็นเศษโลหะชิ้นเล็กๆได้ 
  2. Bait เป็นการผสมของสารออกฤทธิ์กับสิ่งที่แมลงกิน  ซึ่งเมื่อแมลงกินเข้าไปก็จะเกิดผลต่อร่างกายทันที  ดังนั้นควรจัดเก็บให้ปลอดภัยจากเด็ก  สัตว์เลี้ยง  หรือสัตว์ที่ไม่ใช้เป้าหมายที่จะกำจัด 
  3. Chalk เป็นการผสมสารออกฤทธิ์กับผงแป้ง  ซึ่งจะเกิดผลต่อแมลงด้วยการสัมผัสกับสารออกฤทธิ์
  4. ยาจุดกันยุง เป็นการผสมสารออกฤทธิ์กับขี้เลื่อย  เมื่อจุดยากันยุงจะเกิดความร้อน  แล้งส่งผลให้สารออกทธิ์กลายเป็นไอระเหยออกมาทำหน้าที่กำจัดแมลง 
  5. แผ่นกำจัดยุงไฟฟ้า  ใช้ความร้อนในการทำให้สารออกฤทธิ์ระเหยเป็นไอออกมาทำหน้าที่กำจัดแมลงเช่นเดียวกับยาจุดกันยุง  ต่างกันตรงที่ใช้ไฟฟ้าเป็นการทำให้เกิดความร้อน

ยาฆ่าแมลงที่ใช้ในบ้านเรือนสามารถจัดกลุ่มได้เป็น

1. Organophosphates Insecticides

            ยาฆ่าแมลงประเภทนี้จะมีฟอสฟอรัสซึ่งเป็นพิษโดยการสัมผัสแล้วซึมผ่านเข้าทางผิวหนังตัวยาจะยับยั้งเอนไซม์ cholinesterase ซึ่ง ส่งผลต่อระบบประสาทเนื่องจากมันสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและส่งผลอย่าง รวดเร็วต่อระบบประสาททำให้มันทำหน้าที่ฆ่าแมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สารประเภทนี้ไม่ถูกสะสมในไขมันและจะสลายตัวได้ในสภาพที่เป็นด่างทำให้ไม่สะสมในเนื้อเยื่อของคน  และสารเคมีประเภทนี้จะสลายตัวภายใน 72 ชั่วโมงในสิ่งแวดล้อมปกติ  ยาฆ่าแมลงในกลุ่มนี้ที่พบตามท้องตลาดคือ chlopyrifos, dichlovos หรือ DDVP ซึ่งพบในสเปรย์กำจัดยุงและแมลงสาบ, สเปรย์กำจัดแมลงสาบ และสเปรย์กำจัดปลวก มด มอด แมลงสาบ

            อันตรายของ dichlorvos มีค่า LD50  (หนู) 28-500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม  แสดงว่ามีพิษร้ายแรง  การหายใจเข้าไปทำให้คลื่นไส้  อาเจียน  ปวดศีรษะ  เวียนศีรษะ  เจ็บหน้าอก  ตัวซีดเป็นสีเขียวเนื่องจากขาดออกซิเจน  กล่องเสียงอักเสบ  ชัก  หัวใจเต้นผิดปกติ  การสัมผัสทางผิวหนังก่อให้เกิดความระคายเคือง  ถ้ากลืนหรือกินเข้าไปทำให้มีอาการคลื่นไส้  อาเจียน  มีน้ำลายขับออกมามาก   ปวดศีรษะ  เวียนศีรษะ  ตัวซีดเป็นสีเขียวเนื่องจากขาดออกซิเจน  กล้ามเนื้ออ่อนล้าทำงานไม่ประสานกัน  มีเหงื่อขับออกมามาก  ท้องร่วง  การสัมผัสถูกตาทำให้รูม่านตาหดตัว  ปวดตา  เกิดการระคายเคือง  dichlorvos สามารถทำให้เกิดมะเร็งในคนได้

Allethrin เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ตามพรบ.วัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมวิชาการเกษตร
Chlorpyrifos เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพรบ.วัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมวิชาการเกษตร กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
Cyfluthrin เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพรบ.วัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมวิชาการเกษตร
Cypermethrin  เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพรบ.วัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมวิชาการเกษตร กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมปศุสัตว์
Deltamethrin  เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพรบ.วัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมวิชาการเกษตร และกรมปศุสัตว์
Dichlorvos  เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพรบ.วัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมวิชาการเกษตร และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
Ficam  เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพรบ.วัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมวิชาการเกษตร และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
Orthoboric acid  เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพรบ.วัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
Propoxur เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพรบ.วัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมวิชาการเกษตร และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา


Tags(คำค้น):
  • ,



ร่วมแสดงความเห็น: มารู้จักสารฆ่าแมลง...มีอะไร

ชื่อ :
email :
ประโยชน์ที่ได้ ขอบคุณสำหรับการโหวต
 
ไก่มีกี่ขา :
 


ลำดับ ( 1 ) โดย คุณสัมพันธ์ทอง เมื่อ 2012-09-09 13:32:30

เยี่ยมครับ วิชาการล้วน ๆ มึนตึบ